ต้นขาใหญ่ ต้องทำอย่างไร

ต้นขาใหญ่ต้องทำอย่างไร

แพทย์หญิงพูนพิศมัย สุวะโจ
ศัลยกรรมตกแต่งและเสริมสร้าง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
3 ก.ย. 59

ต้นขาใหญ่เป็นปัญหาหนักอกของสาวๆทั้งสาวน้อยและสาวใหญ่ ทำให้เกิดความกังวลใจ ใส่กางเกงก็ไม่สวย ไม่กล้าใส่กางเกงขาสั้นหรือกระโปรงสั้น บางคนมีปัญหาด้านในของต้นขาเสียดสีกันเวลาเดินอีกด้วย

อาจมีคำถามว่า การยืนหรือเดินมากทำให้ต้นขาใหญ่ได้หรือไม่ ก็ต้องบอกว่าอาจจะมีส่วน เพราะต้นขาก็ประกอบไปด้วยกล้ามเนื้อจำนวนมากที่ช่วยในการยืนหรือเดิน การใช้กล้ามเนื้อมากก็จะทำให้กล้ามเนื้อมีขนาดใหญ่ไปด้วย แต่มักไม่ถึงกับทำให้ต้นขาดูใหญ่น่าเกลียด ส่วนใหญ่ปัญหาต้นขาใหญ่ที่พบไม่ใช่จากกล้ามเนื้อแต่คือไขมันสะสมนั่นเอง ไขมันที่สะสมที่ต้นขาจะมากหรือน้อยมีหลายปัจจัย ตั้งแต่กรรมพันธุ์ซึ่งจะสังเกตได้จากรูปร่างของคนในครอบครัว สาวๆที่มีรูปร่างเป็นลูกแพร์มักจะมีขนาดต้นขาและสะโพกใหญ่เป็นต้น นอกจากนี้ก็มีปัจจัยเสริมจากอาหารที่เกินพอดีและการออกกำลังกายที่ไม่เพียงพอ ย่อมส่งผลให้มีไขมันสะสมมากไปด้วย

การรักษาแบ่งเป็นการรักษาโดยไม่ผ่าตัดและการรักษาด้วยการผ่าตัด การรักษาด้วยวิธีการไม่ผ่าตัดคือการควบคุมอาหารและออกกำลังกายกระชับกล้ามเนื้อต้นขาซึ่งหาได้จากสื่อทั่วไปจึงไม่ขอกล่าวในที่นี้

การผ่าตัดรักษาต้นขาใหญ่มีสิ่งที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมจากที่พบว่ามีไขมันสะสมแล้วก็คือต้องดูผิวหนังของคนไข้ด้วยว่ามีการหย่อนคล้อยด้วยหรือไม่ จะแบ่งการรักษาต้นขาใหญ่คร่าวๆได้เป็น 3 แบบคือ

  1. มีปัญหาไขมันสะสม แต่ผิวหนังค่อนข้างดี กลุ่มนี้มักพบในคนที่อายุน้อยกว่า 35 ปี และต้นขาใหญ่ไม่มาก สามารถใช้วิธีดูดไขมัน โดยแผลจะมีขนาดเล็กประมาณครึ่งเซนติเมตร อยู่บริเวณขาหนีบ หรือร่องก้นด้านล่าง ข้างละ 2-3 ตำแหน่ง แพทย์จะทำการดูดไขมันจากแผลเล็กๆดังกล่าวเพื่อลดขนาดต้นขา โดยมากทำภายใต้การดมยาสลบ ใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง หลังผ่าตัดจะมีผ้าพันเพื่อให้ผิวกระชับและหยุดเลือด บางครั้งอาจมีสายระบายเลือดคาไว้สัก 1-2 วัน แพทย์อาจอนุญาตให้กลับบ้านในวันเดียวกันหรือนอนพักที่โรงพยาบาล 1 วัน
  2. มีปัญหาไขมันสะสม ร่วมกับผิวหนังที่เริ่มหย่อนคล้อย มักพบในคนที่อายุมากกว่า 35 ปี และต้นขาใหญ่ไม่มาก ในกลุ่มนี้นอกจากการดูดไขมันแบบกลุ่มที่ 1 แล้ว ควรมีวิธีการกระชับผิวร่วมด้วย เช่นใช้เครื่องดูดไขมันที่ปล่อยความร้อน หรือมีคลื่นวิทยุช่วยกระชับผิวไปในตัว หรือใช้กลุ่มของเลเซอร์ที่ผิวหนัง ร่วมกับการดูดไขมันได้
  3. มีปัญหาไขมันสะสม ร่วมกับผิวหนังที่เสียสภาพความยืดหยุ่น โดยจะสังเกตุได้จากการที่ผิวหนังมีรอยแตกจำนวนมากและมีลักษณะย่นและคล้อยมาก พบได้ในคนที่เคยมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือกลุ่มที่ได้รับการผ่าตัดเพื่อลดน้ำหนักเช่นการรัดกระเพาะ หรือการตัดกระเพาะอาหารเป็นต้น การรักษาในกลุ่มนี้ใช้วิธีการผ่าตัดหนังและไขมันส่วนเกินเพื่อยกกระชับ ซึ่งจะมีแผลค่อนข้างยาวบริเวณขาหนีบและด้านในของต้นขา ใช้วิธีการผ่าตัดโดยการดมยาสลบเช่นเดียวกัน ใช้เวลาผ่าตัด 4-6 ชั่วโมง และมักจะมีสายระบายเลือด1-2วัน อยู่โรงพยาบาลหลังผ่าอย่างน้อย 1 วัน
ต้นขาใหญ่ ต้องทำอย่างไร

หลังทำการผ่าตัดรักษาต้นขาแล้ว ควรพักฟื้นประมาณ 1-2 สัปดาห์ โดยใช้ผ้าพันหรือใส่ชุดรัดกระชับบริเวณต้นขาไว้เกือบตลอด 24 ชั่วโมง ยกเว้นตอนอาบน้ำ หลังจากนั้นเริ่มพันผ้าหรือใส่ชุดรัดอย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมงเป็นเวลา 2 เดือน ออกกำลังกายเบาๆได้ประมาณ 1เดือนและออกกำลังกายหนักได้ประมาณ 2เดือนหลังผ่าตัด

ราคาค่าผ่าตัดประมาณ 50,000-300,000 บาท แล้วแต่ปริมาณไขมัน และเครื่องมือที่ใช้

ผลแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้คือ

  1. อาการชาบริเวณผิวหนังต้นขา โดยมากเป็นชั่วคราวแต่หากต้องตัดเลาะผิวหนังด้วยอาการชาก็จะมากขึ้นไปด้วย
  2. เลือดหรือน้ำคั่งบริเวณผ่าตัด ซึ่งอาจต้องมีการเจาะน้ำออก 1-2 ครั้ง
  3. ผิวเป็นคลื่น เช่นเดียวกับการดูดไขมันในส่วนอื่นๆของร่างกาย หากดูดไขมันมากเกินไป หรือผิวหนังมีความหย่อนคล้อยจะเกิดผิวเป็นคลื่นได้ ป้องกันโดยการเหลือไขมันชั้นบนๆที่ติดผิวหนังไว้เพื่อให้คงความเรียบของผิว และหากเป็นคลื่นไม่มากอาจใช้เลเซอร์ช่วยได้

หลังการผ่าตัดลดต้นขาแล้วควรควบคุมน้ำหนักและออกกำลังกายสม่ำเสมอไม่เช่นนั้นจะเกิดไขมันสะสมขึ้นอีกได้

สำหรับแพทย์ที่จะทำการผ่าตัดรักษาควรเลือกแพทย์ศัลยกรรมตกแต่งที่น่าเชื่อถือโดยตรวจสอบรายชื่อได้จากสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย

ต้นขาใหญ่ ต้องทำอย่างไร ต้นขาใหญ่ ต้องทำอย่างไร