ความปลอดภัยของผู้ป่วยและผู้รับบริการศัลยกรรม

นพ.คณิต วิทยาวนิชชัย หน่วยศัลยกรรมตกแต่ง ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
นพ.สงวน คุณาพร คณะกรรมการ Patient Safety ของสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยนานาชาิติ ISAPS

2 พฤศจิกายน 2560

ความปลอดภัยของผู้ป่วยและผู้รับบริการศัลยกรรม
ความปลอดภัยของผู้ป่วยและผู้รับบริการศัลยกรรม
คือสิ่งสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง

ศัลยแพทย์ตกแต่งจะเน้นย้ำเสมอเรื่อง “ความปลอดภัยในการผ่าตัดคนไข้” โดยเฉพาะสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทยที่เน้นย้ำเรื่อง Patient Safety Goals หรือความปลอดภัยของผู้ป่วยในการผ่าตัดศัลยกรรมเป็นหลัก

 

จะเริ่มต้นอย่างไร หากสนใจทำศัลยกรรม ?

อันดับแรกเลยคือเรื่องสถานพยาบาลหรือคลินิก สถานพยาบาลจะต้องได้รับมาตรฐาน มีจดทะเบียนถูกต้อง ในกรณีของคลินิกสามารถดูได้ที่เลขทะเบียนของคลินิกได้เลย ในกรณีคลินิกเวชกรรม จะแบ่งเป็นคลินิกเวชกรรมทั่วไป คลินิกเวชกรรมเฉพาะทาง ซึ่งหากเป็นคลินิกศัลยกรรมเฉพาะทาง ด้านหน้าคลินิกจะเขียนป้ายว่า คลินิกเวชกรรมเฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง ไว้ชัดเจน ต้องลองสังเกตกันให้ดีครับ

อันดับสอง ก็จะเป็นในส่วนของแพทย์ ในกรณีทีคนไข้ไม่ทราบว่าหมอท่านนั้นจบอะไรมา ก็อย่าพึ่งไปเชื่อกับ ซึ่งปัจจุบันก็จะมีการอ้างอิงถึงความเชี่ยวชาญต่างๆ ซึ่งพบว่าเป็นเพียงการอบรมสั้นๆ และรับใบประกาศมาเท่านั้น ทำให้เกิดความสับสนกับคนไข้เป็นจำนวนมาก แพทย์ที่ได้รับการยอมรับต้องมีการรับรองโดยแพทย์สภา ต้องสอบผ่านมาตรฐานแพทยสภาทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติจึงจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนั้นๆ คนไข้สามารถ ตรวจรายชื่อแพทย์ได้จากเวปแพทย์สภา http://www.tmc.or.th/check_md/ เพียงใส่ชื่อนามสกุลของคุณหมอได้เลย ก็จะได้รู้ว่าหมอท่านนี้จบอะไรมา เชี่ยวชาญด้านไหน แล้วจบมากี่ปี หรือหากต้องการหารายชื่อศัลยแพทย์ตกแต่งในเมืองไทย ก็เข้าไปที่เวปสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย http://www.plasticsurgery.or.th/lst.php และสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยแห่งประเทศไทย

ขบวนการการผ่าตัดถือเป็นเรื่องที่ซับซ้อน
“สิ่งไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
แต่ความพร้อมของแพทย์
อุปกรณ์และสถานบริการ
ต้องมีตลอดเวลา”
ขอให้คิดให้ถี่ถ้วนก่อนการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมสวยครับ..

เมื่อจะเริ่มเข้าสู่ขบวนการปรึกษา ในการที่จะเข้ารับการปรึกษา คนไข้ต้องแจ้งประวัติ โรคประจำตัว การผ่าตัดในอดีต ยาที่ทานประจำ รวมทั้งยาสมุนไพร การแพ้ยาหรือสารทุกชนิด และปัญหาสุขภาพอื่น ประวัติเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับใช้ในการวางแผนผ่าตัด โดยจะต้องให้ข้อมูลถึงข้อดีและข้อเสีย ภาวะแทรกซ้อนต่าง การดูแลหลังการผ่าตัดร่วมด้วยนะครับ และเปิดโอกาสให้มีการ ซักถามตอบข้อสงสัย และ บางกรณีอาจจะขอดูอุปกรณ์ สถานที่เพื่อความมั่นใจก่อนได้

การใช้ยาชาหรือยาสลบ เพื่อการผ่าตัด ก็จะมี 2 วิธีหลัก คือ ทำให้ชา โดยการฉีดยาชา โดยไม่สลบ โดยมักเป็นหัตถการขนาดเล็ก ที่ใช้ทำตา เสริมจมูก เป็นต้น โดยอาจร่วมกับยาฉีดเพื่อลดความกังวลเจ็บปวด และมีการให้ยาสลบแบบสมบูรณ์ คือ ให้ทางหลอดเลือดดำก่อน ร่วมกับจะมีการใส่ท่อช่วยหายใจ โดยมักจะใช้ในการผ่าตัดใหญ่ เช่นผ่าตัดเสริมหน้าอก ผ่าตัดดึงหน้ า ผ่าตัดยกกระชับหน้าท้อง การผ่าตัดแปลงเพศ

การผ่าตัดใหญ่ หรือซับซ้อน ควรจะต้องมีวิสัญญีแพทย์ คอยติดตามอาการของร่างกายคนไข้ด้วยอุปกรณ์ที่ละเอียด เช่น คลื่นไฟฟ้าหัวใจ ความดันเลือด และระดับออกซิเจน จนเสร็จสิ้นการผ่าตัด การผ่าตัดโดยหลังผ่าตัดคนไข้จะได้รับการดูแลในห้องพักฟื้นนาน 1-2 ชั่วโมง หรือจนปลอดภัย จึงสามารถย้ายผู้ป่วยกลับหอผู้ป่วยหรือกลับบ้าน และจะมีการติดตามอาการวัดชีพจรบนหอผู้ป่วยอีกครั้ง

ในระดับนานาชาตินั้นก็เน้นเรื่องความปลอดภัยเช่นกัน โดยนพ.สงวน คุณาพร (คณะกรรมการ Patient Safety ของสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยนานาชาิติ ISAPS) ได้สรุปว่า ISAPS ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยของผู้ป่วยและผู้รับบริการศัลยกรรมเป็นอันดับหนึ่ง และเน้นย้ำต่อสมาชิกของสมาคมฯซึ่งเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งที่ผ่าน การฝึกอบรมและได้รับการรับรองจากหน่วยงานของรัฐเสมอว่า ผู้ป่วยหรือผู้รับบริการ ศัลยกรรมไม่ควรมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตหรือมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจนเสี่ยงต่อชีวิตจากการผ่าตัด โดยให้คำนึงถึงหลักปัจจัย 4 ประการ ดังนี้

  1. การผ่าตัดหรือหัตถการ จะต้องเหมาะสมต่อผู้ป่วยหรือผู้รับบริการศัลยกรรม
  2. ผู้ป่วยหรือผู้รับบริการศัลยกรรม ต้องมีสุขภาพกายและสภาพจิตใจที่เหมาะกับ ศัลยกรรมนั้นๆ
  3. ศัลยแพทย์ ต้องเป็นผู้ที่มีความชำนาญในการผ่าตัดหรือหัตถการนั้น และได้รับการ รับรองโดยหน่วยงานของรัฐที่น่าเชื่อถือ
  4. สถานพยาบาล ที่ให้บริการศัลยกรรมจะต้องมีความปลอดภัย มีบุคลากรที่ได้รับ การฝึกอบรมปฏิบัติงาน และเครื่องมือ พร้อมที่จะดูแลในกรณีฉุกเฉิน

ควรระมัดระวัง การตลาด การลดราคา Promotion
เพื่อชักชวนให้คนมาใช้บริการ ด้วยราคาค่าบริการที่ต่ำมาก

อาจอนุมาน ได้ว่าผู้ประกอบการคงต้องพยายามควบคุมต้นทุนทุกอย่างให้ต่ำที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการให้ค่าตอบแทนแพทย์ที่ทำหัตถการต่ำ จึงต้องจ้างแพทย์ที่ยังไม่มีความชำนาญ หรือไม่ใช่แพทย์เฉพาะทาง หรืออาจไม่ใช่แพทย์มาปฏิบัติงาน การเลือกใช้วิธีระงับความรู้สึกหรือยาสลบก็ใช้แบบที่มีค่าใช้จ่ายไม่สูง เพื่อหลีกเลี่ยงการจ้างวิสัญญีแพทย์หรือวิสัญญ๊พยาบาลมาดูแล และคงไม่ต้องพูดถึงบุคลากรอื่นๆ ที่ร่วมปฏิบัติงาน รวมถึงเครื่องมือที่จะต้องเตรียมไว้ในกรณีฉุกเฉิน ว่ามีความพร้อมเพียงใด สุดท้ายเมื่อมีภาวะแทรกซ้อน เหตุไม่พึงประสงค์ ก็ยังความเศร้าสลดความเดือดร้อนสูญเสียได้

ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายทั้งหน่วยงานราชการที่จะต้องควบคุมการให้บริการศัลยกรรมในทุกมิติให้เข้มข้นขึ้น รวมทั้งประชาชนต้องมีการตระหนักรู้ หาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ มีวิจารณญานในการเลือกศัลยแพทย์ เลือกสถานพยาบาลอย่างระมัดระวังมากขึ้น และแพทย์ผู้ให้บริการต้องไม่ขาดจิตวิญญานขาดจริยธรรมทางการแพทย์ ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนก่อนประโยชน์ส่วนรวม

ช่วยเฝ้าระวังและแจ้งเหตุได้ที่ ฝ่ายจริยธรรมแพทยสภาและสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ) สายด่วน 1166 หรือที่ FB: มือปราบสถานพยาบาลเถื่อน หรือ กองกฏหมาย กรม สบส. หมายเลข 02-193-7000 ต่อ 18830 ในวันและเวลาราชการ

เรียบเรียงโดย ทีม ประชาสัมพันธ์ สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย