การผ่าตัดแปลงเพศ หญิงเป็นชาย...จริงหรือเจ๊ง!! ตอนที่ 2

การผ่าตัดแปลงเพศ หญิงเป็นชาย...จริงหรือเจ๊ง!! ตอนที่ 2

จากตอนที่แล้วได้กล่าวถึงแนวทางการรักษาคนไข้ เรามาเข้าเรื่องตั้งแต่หัวข้อแรกกันต่อเลย

  1. การวินิจฉัย: ตามมาตรฐานสรุปไว้ว่าการวินิจฉัยภาวะ GD นั้นจะต้องอาศัยจิตแพทย์ที่มีความรู้ความชำนาญและมีเกณฑ์ที่ชัดเจนในการวินิจฉัยและรับรองสภาวะ GD และสามารถให้ใบรับรองในการผ่าตัดหรือการให้ยาฮอร์โมนต่อได้ โดยมีเกณฑ์ที่สำคัญเช่น
    1. มีความต้องการที่จะใช้ชีวิตเป็นชายและได้รับการยอมรับว่าเป็นสมาชิกหนึ่งในเพศชายอยากมีรูปร่างเหมือนกับเพศชายให้มากที่สุดโดยการผ่าตัดหรือใช้ฮอร์โมน
    2. มีความต้องการที่จะเปลี่ยนลักษณะทางเพศอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี
    3. ความผิดปกติไม่ได้เป็นอาการของความผิดปกติทางจิตใจหรือ DNA
    ซึ่งการวินิจฉัยอย่างละเอียดโดยจิตแพทย์นั้น คงละเอียดเกินไปที่จะนำมากล่าวในที่นี้
  2. การรักษาโดยไม่ผ่าตัด: เป็นเรื่องที่สำคัญมากในการรักษาคนไข้ซึ่งประกอบด้วยการปรับสภาพแวดล้อมและทดลองใช้ชีวิตเป็นเพศที่ต้องการอย่างเต็มเวลาอย่างน้อยหนึ่งปี และการให้ฮอร์โมนเพศชนิดข้ามเพศโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อปรับสภาพของร่างกายโดยรวมให้แสดงออกถึงความเป็นเพศชายที่ต้องการให้ชัดเจน เช่น มีขนตามตัว มีหนวดเครา และมีกล้ามเนื้อแข็งแกร่งแบบชายชาตรี รวมทั้งบางครั้งเสียงจะเปลี่ยนไป เป็นต้นจุดสำคัญของประเด็นนี้ คือ ไม่ควรจะหาซื้อฮอร์โมนกินหรือฉีดด้วยตนเองหรือตามเพื่อน ๆ ในกลุ่มเดียวกันเพราะแต่ละบุคคลมีความต้องการฮอร์โมนในขนาดที่แตกต่างกัน และการตอบสนองของฮอร์โมนต่อการเปลี่ยนแปลงของร่างกายก็มีไม่เหมือนกัน หากให้ขนาดที่สูงเกินกว่าที่จำเป็นก็จะมีผลข้างเคียงและอันตรายต่อสุขภาพได้ค่อนข้างมาก อีกทั้งในระยะยาวหากต้องได้รับฮอร์โมนเพศชายต่อเนื่องกันตลอดชีวิตก็มีความจำเป็นต้องได้รับการตรวจติดตามการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยและลดผลข้างเคียงจากการใช้ฮอร์โมนให้น้อยที่สุด